โซล่าเซลล์ (Solar Cell) คืออะไร ? หลักการทำงาน | ION Energy
เทรนด์พลังงานสะอาด และพลังงานทางเลือก กลายเป็นเรื่องใกล้ตัวเรามากขึ้นทุกที และเทคโนโลยีที่ถูกพูดถึงมากที่สุด ย่อมหนีไม่พ้นแผงสีน้ำเงินเข้มบนหลังคาบ้าน หลายคนเคยสงสัยกันไหม ว่าจริง ๆ แล้วโซล่าเซลล์คืออะไร ? และอุปกรณ์ชิ้นนี้ สามารถเปลี่ยนแสงแดดธรรมชาติให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้า ที่ใช้งานในชีวิตประจำวันได้อย่างไร ผู้เชี่ยวชาญจาก ION Energy จะพาคุณไปเจาะลึกทำความรู้จักว่า Solar Cell คืออะไร มีหลักการทำงานอย่างไร มีกี่ประเภท เพื่อให้คุณเข้าใจนวัตกรรมพลังงานแสงอาทิตย์นี้ได้อย่างถูกต้อง ครบถ้วนที่สุด
โซล่าเซลล์ (Solar Cell) คืออะไร ?
โซล่าเซลล์ (Solar Cell) หรือที่มีชื่อเรียกอย่างเป็นทางการว่า "เซลล์แสงอาทิตย์" เป็นสิ่งประดิษฐ์ทางอิเล็กทรอนิกส์ ที่ทำมาจากสารกึ่งตัวนำ (ส่วนใหญ่ใช้สารซิลิคอน) ถือเป็นเทคโนโลยีพลังงานสะอาด ที่ได้จากธรรมชาติ 100% ไม่มีวันหมด ไม่ปล่อยก๊าซเรือนกระจก และช่วยเราประหยัดค่าไฟได้อย่างยั่งยืน
หลักการทำงานของโซล่าเซลล์
รับแสงแดด
เมื่อแสงแดดส่องลงมาตกกระทบแผ่นโซล่าเซลล์ สารซิลิคอน จะทำหน้าที่ดูดซับพลังงานแสงเอาไว้
สร้างไฟฟ้ากระแสตรง (DC)
พลังงานแสง จะเข้าไปกระตุ้นประจุไฟฟ้า (อิเล็กตรอน) ให้เคลื่อนที่แตกตัว จนเกิดเป็นกระแสไฟฟ้าตรง
แปลงเป็นไฟบ้าน (AC)
ไฟกระแสตรงที่ผลิตได้ จะถูกส่งต่อไปยัง Inverter เพื่อแปลงให้กลายเป็นกระแสไฟฟ้าสลับ ซึ่งเป็นไฟประเภทเดียวกับที่บ้านเราใช้อยู่
พร้อมใช้งาน
จากนั้นกระแสไฟฟ้า จะวิ่งเข้าสู่ตู้ควบคุมไฟ และพร้อมจ่ายพลังงานให้เครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิดภายในบ้าน ออฟฟิศ หรือโรงงานของคุณทันที
โครงสร้างและส่วนประกอบสำคัญของแผงโซล่าเซลล์
กระจกนิรภัย (Tempered Glass)
อยู่ชั้นบนสุด หน้าที่คอยปกป้องเซลล์แสงอาทิตย์ จากแรงกระแทกภายนอก เช่น ฝน ลูกเห็บ หรือกิ่งไม้ และต้องมีคุณสมบัติยอมให้แสงแดดส่องผ่านได้ดีที่สุด
ชั้นฟิล์มใสเหนียว (EVA-Encapsulant)
เป็นแผ่นฟิล์มที่ช่วยยึดเกาะ คอยประกบตัวเซลล์แสงอาทิตย์ไว้ทั้งด้านบน และด้านล่าง เพื่อป้องกันความชื้น และแรงสั่นสะเทือน
เซลล์แสงอาทิตย์ (Solar Cell)
แผ่นสารกึ่งตัวนำซิลิคอน เป็นหลักในการทำหน้าที่เปลี่ยนแสงแดดให้เป็นกระแสไฟฟ้า
แผ่นรองหลังแผง (Backsheet)
แผ่นโพลิเมอร์ชั้นล่างสุด ทำหน้าที่เป็นฉนวนกันไฟฟ้า และปกป้องแผงจากความชื้น และความร้อนใต้หลังคา
กรอบอะลูมิเนียม (Aluminum Frame)
โครงรอบแผง ที่ช่วยเพิ่มความแข็งแรงให้กับตัวแผง ทำให้สามารถยึดเกาะกับโครงสร้างหลังคาได้อย่างมั่นคง
ประเภทของแผงโซล่าเซลล์
แผงโซล่าเซลล์โมโนคริสตัลไลน์ (Monocrystalline Solar Panel)
คือ เทคโนโลยีพลังงานสะอาดระดับพรีเมี่ยม ที่ได้รับความนิยมสูงสุด ในการติดตั้งโซล่าเซลล์สำหรับบ้าน และอาคาร เนื่องจากผลิตจากซิลิคอนบริสุทธิ์แบบผลึกเดี่ยว ทำให้มีประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าสูงที่สุด เมื่อเทียบกับแผงชนิดอื่น ๆ จุดเด่นสำคัญของแผงโมโนคริสตัลไลน์ คือ การมีกำลังวัตต์สูงในพื้นที่จำกัด ช่วยให้ประหยัดพื้นที่ติดตั้งบนหลังคาได้ดีเยี่ยม มาพร้อมดีไซน์ทันสมัย ด้วยเซลล์สีดำเข้ม ที่ดูสวยงาม กลมกลืนกับตัวบ้าน นอกจากนี้ยังมีคุณสมบัติทนทานต่อความร้อน และทำงานได้ดี ในสภาวะแสงน้อย มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 25 ปี จึงถือเป็นการลงทุนที่คุ้มค่าที่สุด สำหรับผู้ที่ต้องการลดค่าไฟอย่างมีประสิทธิภาพ
แผงโซล่าเซลล์โพลีคริสตัลไลน์ (Polycrystalline Solar Panel)
คือ แผงที่ผลิตจากซิลิคอนหลายก้อนมาหลอมละลายรวมกัน (Multi-Crystalline) มีลักษณะเด่นที่สังเกตได้ง่าย ๆ คือ ผิวหน้าแผง จะมีสีน้ำเงินเข้ม และมีลวดลายสะท้อนแสงคล้ายเกล็ดน้ำแข็ง โดยจุดเด่นสำคัญ ที่ทำให้แผงชนิดนี้ ได้รับความนิยม คือ ราคาประหยัด มีความคุ้มค่าสูง เนื่องจากกระบวนการผลิต ที่เรียบง่ายกว่าแบบโมโนคริสตัลไลน์ แม้จะมีประสิทธิภาพการแปลงพลังงานเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 15-17% และต้องการพื้นที่ในการติดตั้งมากกว่าเล็กน้อย เพื่อให้ได้กำลังวัตต์ที่เท่ากัน แต่แผงโพลีคริสตัลไลน์ ก็มีความทนทานต่อสภาพอากาศร้อนได้ดี มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 20-25 ปี จึงเหมาะอย่างยิ่งสำหรับผู้ที่ต้องการติดตั้งโซล่าเซลล์ ในงบประมาณจำกัด หรือใช้ในโครงการขนาดใหญ่ ที่ต้องการระยะเวลาคืนทุน ที่รวดเร็ว
แผงโซล่าเซลล์ฟิล์มบาง (Thin-film Solar Panel)
คือ นวัตกรรมพลังงานสะอาด ที่ผลิตจากการเคลือบสารกึ่งตัวนำ อาทิ Amorphous Silicon (a-Si), Cadmium Telluride (CdTe) หรือ Copper Indium Gallium Selenide (CIGS) ลงบนวัสดุฐานรอง ที่มีความยืดหยุ่นสูง ส่งผลให้แผงชนิดนี้ มีจุดเด่นที่น้ำหนักเบา สามารถโค้งงอได้ตามรูปทรงอาคาร ซึ่งตอบโจทย์การติดตั้งแบบ BIPV (Building Integrated Photovoltaics) ได้ดีกว่าแผงชนิดผลึกซิลิคอนทั่วไป แม้ว่าในด้านประสิทธิภาพการเปลี่ยนพลังงาน จะเฉลี่ยอยู่ที่ 10-13% แต่แผงฟิล์มบางมีข้อได้เปรียบที่สำคัญ คือ ค่าสัมประสิทธิ์อุณหภูมิต่ำ ทำให้ประสิทธิภาพไม่ลดลงมาก เมื่อใช้งานในสภาพอากาศร้อนจัด ยังสามารถผลิตกระแสไฟฟ้าได้ดี แม้ในสภาวะแสงน้อย หรือมีเงาบังบางส่วน ช่วยเพิ่มความคุ้มค่าให้กับการลงทุนในระยะยาว
เทคโนโลยีแผงโซล่าเซลล์ยุคใหม่
เทคโนโลยีแผงแบบ N-Type (TopCon)
เป็นนวัตกรรมที่เข้ามาแทนแผงระบบเก่า (P-Type) โดยแผง N-Type จะเสื่อมสภาพตามธรรมชาติต่ำกว่ามาก มีอัตราการลดลงของการผลิตไฟน้อยกว่า เมื่อเจอความร้อนจัดบนหลังคา สามารถดักจับแสง เพื่อผลิตไฟฟ้าในสภาวะแสงน้อย เช่น ช่วงเช้า หรือช่วงเย็น
แผงโซล่าเซลล์แบบสองหน้า (Bifacial Solar Panel)
เป็นแผงที่ถูกออกแบบให้แผ่นรองหลัง มีความโปร่งใส ทำให้สามารถรับแสงแดดได้ ทั้งด้านหน้าโดยตรง และคอยดักจับแสงแดด ที่สะท้อนจากพื้นผิวหลังคา หรือพื้นคอนกรีต เข้ามาผลิตเป็นกระแสไฟฟ้า ที่ด้านหลังแผงได้อีกทาง ช่วยเพิ่มกำลังการผลิตไฟฟ้าภาพรวมได้มากขึ้นอีก 5-25% เมื่อเทียบกับแผงหน้าเดียวทั่วไป
ย้อนประวัติความเป็นมาของโซล่าเซลล์
ประวัติความเป็นมาของโซล่าเซลล์ (Solar Cell) มีจุดเริ่มต้นอันยาวนานจากการค้นพบปรากฏการณ์ "Photovoltaic Effect" ในปี ค.ศ. 1839 โดยนักฟิสิกส์ชาวฝรั่งเศส Edmond Becquerel ซึ่งถือเป็นรากฐานสำคัญของการเปลี่ยนแสงแดดเป็นไฟฟ้า ก่อนที่ Charles Fritts จะสามารถประดิษฐ์แผงโซล่าเซลล์แผงแรกของโลกได้สำเร็จ ในปี ค.ศ. 1883 โดยใช้ธาตุซีลีเนียม แม้จะมีประสิทธิภาพเพียง 1% ในขณะนั้น ต่อมาในปี ค.ศ. 1905 อัลเบิร์ต ไอน์สไตน์ ได้อธิบายทฤษฎีเรื่อง "Photoelectric Effect" จนได้รับรางวัลโนเบล ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญที่ทำให้เกิดก้าวกระโดดครั้งใหญ่ ในปี ค.ศ. 1954 เมื่อ Bell Labs สามารถผลิตโซล่าเซลล์แบบซิลิคอน (Silicon Solar Cell) ที่ใช้งานได้จริงขึ้นเป็นครั้งแรก จนนำไปสู่การใช้งานในโครงการอวกาศ และดาวเทียม ก่อนจะวิวัฒนาการมาเป็นพลังงานสะอาด ที่มีประสิทธิภาพสูง และราคาถูกลง จนกลายเป็นเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก ที่ได้รับความนิยมบนหลังคาบ้าน และโรงงานอุตสาหกรรมอย่างแพร่หลายในปัจจุบัน
ข้อดีของโซล่าเซลล์
ลดค่าไฟฟ้าอย่างต่อเนื่อง
ช่วยประหยัดค่าไฟในบ้าน หรือองค์กรทันทีหลังจากติดตั้ง โดยเฉพาะบ้าน หรือโรงงาน ที่มีพฤติกรรมใช้ไฟสูงในช่วงกลางวัน
พลังงานหมุนเวียนที่สะอาด
เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม ไม่ก่อให้เกิดมลพิษ และช่วยลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
การบำรุงรักษาต่ำ และทนทาน
เนื่องจากระบบแผงไม่มีชิ้นส่วน ที่เคลื่อนไหว จึงสึกหรอน้อยมาก มีค่าบำรุงรักษาต่ำ เพียงแค่ล้างคราบฝุ่นปีละ 1-2 ครั้งเท่านั้น
เพิ่มมูลค่าให้สิ่งปลูกสร้าง
อาคาร หรือบ้าน ที่ติดตั้งโซล่าเซลล์ มาตรฐาน จะได้รับความสนใจ และมีมูลค่าประเมินสูงขึ้น ในตลาดอสังหาริมทรัพย์
ข้อจำกัดของโซล่าเซลล์
พึ่งพาสภาพอากาศ และแสงแดด
ประสิทธิภาพการผลิตไฟ จะลดลงในวันที่ฝนตกหนัก มีเมฆมาก และระบบจะไม่ผลิตกระแสไฟฟ้าในช่วงเวลากลางคืน (ยกเว้นระบบที่มีการติดแบตเตอรี่สำรอง)
มีค่าใช้จ่ายเริ่มต้นในการติดตั้ง
การติดตั้งระบบที่ได้มาตรฐาน และปลอดภัย จำเป็นต้องใช้เงินลงทุนก้อนแรก ในการซื้ออุปกรณ์เกรดพรีเมียม และค่าวิศวกรควบคุมงาน
ปัจจัยที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพ และการผลิตไฟฟ้าของโซล่าเซลล์
ทิศทาง และองศาในการติดตั้ง
สำหรับประเทศไทย ซึ่งอยู่เหนือเส้นศูนย์สูตร ทิศที่แผงโซล่าเซลล์ จะได้รับแสงแดดดีที่สุดตลอดทั้งปี คือ ทิศใต้ ควรทำมุมลาดเอียงประมาณ 10-15 องศา เพื่อให้แผงรับแสงได้ ตั้งฉากกับดวงอาทิตย์มากที่สุด รองลงมา คือ ทิศตะวันออก และทิศตะวันตก ส่วนทิศเหนือ ควรหลีกเลี่ยงมากที่สุด
สภาพอากาศ และความเข้มของแสง
โซล่าเซลล์ต้องการความเข้มของแสงแดด ไม่ใช่ความร้อน ในวันที่มีแดดจัด ท้องฟ้าเปิด ระบบจะผลิตไฟได้เต็มประสิทธิภาพ ส่วนวันที่มีเมฆมาก กำลังการผลิตจะลดลงตามสัดส่วนของแสง
ปัญหาเงาบัง
เงาของต้นไม้ เสาไฟ หรือตึกข้างเคียง ที่ทอดมาบังแผงโซล่าเซลล์เพียงบางส่วน ก็สามารถส่งผลให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟของแผงนั้น ลดลงอย่างน่าใจหาย รวมถึงอาจจะก่อให้เกิดความร้อนสะสมบนแผงได้ วิศวกรจึงต้องคำนวณทิศทางเงาอย่างแม่นยำก่อนติดตั้ง
คราบฝุ่น และสิ่งสกปรก
ฝุ่นละออง PM 2.5 คราบเขม่าควัน หรือมูลนกที่สะสมหนา อยู่บนหน้ากระจกแผง จะทำหน้าที่เหมือนม่านคอยบดบังแสงแดด อาจจะทำให้ประสิทธิภาพการผลิตไฟฟ้าลดลงได้ถึง 10-20% เลยทีเดียว
มาตรฐานการเลือกแผงโซล่าเซลล์ คุณภาพสูง สำหรับที่อยู่อาศัย และธุรกิจ
เลือกแผงเกรด Tier 1 เสมอ
ควรเลือกแผงจากผู้ผลิตที่ได้รับการจัดอันดับให้อยู่ในกลุ่ม "Tier 1 Solar Manufacturer" (อ้างอิงจากสถาบันวิเคราะห์พลังงานชั้นนำอย่าง BloombergNEF) ซึ่งการันตีว่าเป็นบริษัทที่มีความมั่นคงทางการเงินสูง ใช้เทคโนโลยีการผลิตอัตโนมัติ ที่แม่นยำ และมีระบบการรับประกันสินค้า ที่เชื่อถือได้ในระยะยาว
ตรวจสอบใบรับรองมาตรฐานสากล
แผงโซล่าเซลล์ ที่ปลอดภัย ต้องผ่านการทดสอบ และได้ใบรับรอง เช่น IEC 61215 (มาตรฐานความทนทานต่อสภาพอากาศ แรงลม และลูกเห็บ) และ IEC 61730 (มาตรฐานความปลอดภัยต่อตัวอาคาร และระบบไฟฟ้า เพื่อป้องกันการลัดวงจร)
สิ่งที่ควรรู้ก่อนตัดสินใจติดตั้งโซล่าเซลล์
ในยุคที่ค่าไฟฟ้า มีแนวโน้มพุ่งสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง การตัดสินใจติดตั้งโซล่าเซลล์ ถือเป็นการลงทุนที่ชาญฉลาด และตอบโจทย์ความคุ้มค่าในระยะยาว แต่ก่อนที่คุณจะเปลี่ยนหลังคาบ้าน ให้กลายเป็นโรงไฟฟ้าส่วนตัว มีปัจจัยสำคัญหลายประการที่ต้องพิจารณา เพื่อให้การลงทุนนี้ คืนทุนไวที่สุด และใช้งานได้อย่างราบรื่น โดยไม่มีปัญหาตามมาในภายหลัง
การสำรวจพฤติกรรมการใช้ไฟฟ้า
ถือเป็นหัวใจสำคัญ ก่อนการตัดสินใจติดตั้งโซล่าเซลล์ เพราะระบบยอดนิยมอย่าง On-Grid จะผลิตกระแสไฟฟ้าให้ใช้งานได้ทันที ในช่วงเวลากลางวัน ดังนั้นคุณต้องพิจารณาว่ามีคนอยู่บ้าน หรือมีการใช้งานเครื่องใช้ไฟฟ้าในช่วงเวลา 10.00 น. - 15.00 น. มากน้อยเพียงใด โดยเฉพาะอุปกรณ์ที่กินไฟสูงอย่างเครื่องปรับอากาศ ปั๊มน้ำ หรือการชาร์จรถยนต์ไฟฟ้า (EV) หากพฤติกรรมส่วนใหญ่ เป็นการใช้ไฟฟ้าช่วงกลางคืน การลงทุนในระบบทั่วไป อาจจะไม่คุ้มค่า นอกจากนี้ควรตรวจสอบบิลค่าไฟฟ้อนหลังอย่างน้อย 3-6 เดือน เพื่อดูจำนวนหน่วยที่ใช้จริง เพื่อนำมาคำนวณขนาดติดตั้งที่เหมาะสม เช่น ขนาด 3kW สำหรับบ้านขนาดเล็ก หรือ 5-10kW สำหรับบ้านที่เปิดแอร์หลายตัว และมีกิจกรรมช่วงกลางวันมาก จะช่วยให้คุณเลือกขนาดระบบได้คุ้มค่าที่สุด และคืนทุนได้ไวตามเป้าหมาย
การเสื่อมสภาพ และการดูแลรักษาแผงโซล่าเซลล์
แผงโซล่าเซลล์เป็นอุปกรณ์ที่ไม่มีชิ้นส่วนเคลื่อนไหวอยู่ข้างใน จึงมีความทนทานสูงมาก แต่ในทางวิทยาศาสตร์ ตัวแผงจะมีการเสื่อมสภาพตามธรรมชาติ อยู่ที่ประมาณ 0.5% - 0.7% ต่อปี ซึ่งหมายความว่าเมื่อผ่านไป 25 ปี แผงโซล่าเซลล์ของคุณ จะยังคงทำงาน และผลิตไฟฟ้าได้สูงถึง 80-85% ของวันแรกที่ติดตั้ง
วิธีดูแลรักษาให้แผงโซล่าเซลล์ใช้งานได้ยาวนาน
หมั่นล้างทำความสะอาดแผง
แนะนำให้ล้างคราบฝุ่นละอองอย่างน้อยปีละ 1-2 ครั้ง โดยใช้เพียงน้ำสะอาด และผ้านุ่ม ๆ หรือฟองน้ำขัดเบา ๆ หลักเลี่ยงการใช้สารเคมีรุนแรง หรือแผ่นขัด ที่อาจจะทำให้กระจกนิรภัยเป็นรอย
ช่วงเวลาที่ควรล้างแผง
ควรล้างในช่วงเช้า หรือช่วงเย็น ที่แดดร่มแล้ว เพราะแผงจะไม่มีความร้อนสะสม การฉีดน้ำเย็นลงบนแผงที่ร้อนจัดกลางแดดเปรี้ยง อาจจะทำให้กระจกเสี่ยงต่อการแตกร้าว จากอุณหภูมิที่เปลี่ยนแปลงกะทันหันได้
การติดตั้งโซล่าเซลล์ ไม่ใช่แค่การรักษ์โลก แต่เป็นการลงทุนที่คุ้มค่าในระยะยาว ช่วยลดภาระค่าไฟที่เพิ่มสูงขึ้นทุกปี เป็นเทคโนโลยีที่มีความทนทาน มีอายุการใช้งานยาวนานกว่า 20-25 ปี หากเลือกประเภทแผง และระบบที่เหมาะสมกับพฤติกรรมการใช้งาน
คำถามที่พบบ่อยเกี่ยวกับโซล่าเซลล์
ติดโซล่าเซลล์แล้วต้องขออนุญาตภาครัฐไหม ?
จำเป็นต้องขออนุญาตให้ถูกต้องตามกฎหมายครับ หากเป็นการติดตั้งระบบที่เชื่อมต่อกับสายส่งไฟฟ้าหลัก (เช่น ระบบ On-Grid และ Hybrid) จะต้องดำเนินเรื่องขออนุญาตทั้งหมด 3 ส่วน ดังนี้:
- ยื่นแจ้งขอดัดแปลงอาคาร กับทางสำนักงานเขต หรือ อบต. ในพื้นที่
- ยื่นขอขนานไฟ กับการไฟฟ้านครหลวง (MEA) หรือการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA)
- ยื่นแจ้งยกเว้นการประกอบกิจการพลังงาน กับทาง กกพ. เพื่อความปลอดภัย และถูกต้องตามกฎหมาย
หากไฟฟ้าบริเวณรอบบ้านดับ หรือไฟดับ ระบบโซล่าเซลล์ จะยังคงจ่ายไฟให้เราไหม ?
หากคุณติดตั้งระบบ On-Grid ระบบจะหยุดทำงานทันทีเมื่อไฟดับ เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้าที่กำลังซ่อมสายไฟข้างนอก ไม่ให้มีกระแสไฟจากบ้านเราไหลย้อนกลับไปช็อต
แต่ถ้าโจทย์ของคุณคือต้องการมีไฟฟ้าสำรองไว้ใช้ตอนไฟดับ จะต้องเลือกติดตั้งเป็นระบบ Hybrid ที่มีแบตเตอรี่คอยกักเก็บไฟสำรองไว้ใช้งานครับ
การเจาะยึดแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา จะส่งผลให้เกิดปัญหาน้ำรั่วซึมในระยะยาวหรือไม่ ?
หากติดตั้งโดยทีมช่างผู้เชี่ยวชาญที่ได้มาตรฐาน จะไม่มีปัญหาน้ำรั่วซึมแน่นอนครับ เพราะทีมวิศวกรจะเลือกใช้อุปกรณ์จับยึดที่ออกแบบมาเฉพาะสำหรับประเภทหลังคานั้น ๆ รวมถึงมีการใช้วัสดุกันซึมคุณภาพสูง และการยิงซิลิโคนเกรดอุตสาหกรรมในทุกจุดที่มีการขันยึด เพื่อบล็อกหลังคาให้ปลอดภัยจากน้ำฝนแบบ 100%
หลังคาที่ติดแผงโซล่าเซลล์ มีความเสี่ยงต่อการโดนฟ้าผ่ามากขึ้นไหม ?
แผงโซล่าเซลล์ไม่ได้เพิ่มความเสี่ยงในการล่อฟ้าผ่าครับ แต่เนื่องจากเป็นระบบไฟฟ้าที่อยู่กลางแจ้งบนที่สูง ในขั้นตอนการติดตั้งมาตรฐาน วิศวกรจึงจำเป็นต้องออกแบบและติดตั้งระบบสายดินแยกต่างหาก พร้อมทั้งใส่ตัวป้องกันไฟกระชาก (Surge Protection) เพื่อคอยทำหน้าที่ตัดวงจรและระบายแรงดันไฟฟ้าส่วนเกินลงดินทันที ทำให้อุปกรณ์ไฟฟ้าในบ้านปลอดภัย