| 🟢 ข้อดีของระบบ On-Grid | ❌ ข้อเสียของระบบ On-Grid |
|---|---|
|
✓
ประหยัดค่าใช้จ่ายด้านพลังงาน
ลดค่าไฟฟ้ารายเดือนได้อย่างเห็นผลชัดเจน โดยเน้นการดึงพลังงานแสงอาทิตย์มาใช้โดยตรงในตอนกลางวัน |
✗
ไม่สามารถใช้งานได้หากไฟฟ้าดับ
ระบบอินเวอร์เตอร์จะตัดการทำงานอัตโนมัติเมื่อกระแสไฟหลักดับ เพื่อความปลอดภัยของช่างไฟ และยังต้องพึ่งพาโครงข่ายไฟฟ้า |
|
✓
ลดปริมาณคาร์บอนฟุตพริ้นท์
ใช้พลังงานสะอาดและหมุนเวียน 100% เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และลดภาวะโลกร้อน |
✗
ค่าใช้จ่ายในการติดตั้งเริ่มต้นสูง
แม้จะไม่มีค่าใช้จ่ายด้านแบตเตอรี่เก็บไฟ แต่การลงทุนติดตั้งแผงและอินเวอร์เตอร์ในครั้งแรกยังมีราคาค่อนข้างสูง |
|
✓
ระบบมีความซับซ้อนน้อยกว่า
เนื่องจากไม่ต้องต่อพ่วงกับระบบแบตเตอรี่ ทำให้ติดตั้งง่าย ดูแลรักษาง่าย และลดโอกาสชำรุดเสียหายของอุปกรณ์ |
✗
ประสิทธิภาพลดลงเมื่อไม่มีแสงแดด
ปริมาณกำลังไฟฟ้าที่ผลิตได้จะผันผวนตามสภาพอากาศ วันที่ฝนตก ฟ้าครึ้ม หรือในช่วงกลางคืนจะไม่สามารถผลิตไฟได้ |
|
✓
สามารถขายไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้การไฟฟ้า
หากกระแสไฟฟ้าที่ผลิตได้เหลือจากการใช้งานภายในบ้าน สามารถเข้าร่วมโครงการโซล่าภาคประชาชนเพื่อขายไฟคืนและสร้างรายได้เสริมได้ |
✗
ต้องทำเรื่องขออนุญาตหลายขั้นตอน
มีขั้นตอนเอกสารราชการที่ซับซ้อน โดยต้องขออนุมัติขนานไฟจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น การไฟฟ้า และ กกพ. ก่อนเปิดใช้งานจริง |
ระบบออนกริด On-Grid คืออะไร ?
ระบบออนกริด (On-Grid) คือ ระบบผลิตไฟฟ้าจากโซล่าเซลล์ ที่เชื่อมต่อโดยตรงกับโครงข่ายของการไฟฟ้า ระบบ On-Grid ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) จากแผงโซล่าเซลล์ให้เป็นกระแสสลับ (AC) พร้อมทั้งคอยตรวจสอบ และประมวลผลสัญญาณ Phase Shift และ Sine Wave ให้มีลูกคลื่น และความถี่ตรงกับไฟฟ้าจากการไฟฟ้าตลอดเวลา เพื่อให้สามารถเชื่อมต่อ และใช้งานร่วมกันได้อย่างราบรื่น ปลอดภัย ซึ่งระบบนี้จะช่วยให้ผู้ใช้สามารถดึงพลังงาน จากทั้งสองแหล่งมาใช้งานร่วมกันได้ทันที จึงเป็นทางเลือกที่โดดเด่น ในการประหยัดค่าไฟสำหรับบ้านพักอาศัย อาคารสำนักงาน โรงเรียน หรือโรงงาน ที่มีการใช้ไฟฟ้าหลักในช่วงกลางวัน เนื่องจากเป็นระบบที่ติดตั้งง่าย คืนทุนไว และไม่ต้องใช้แบตเตอรี่ในการสำรองไฟข้อดีของระบบโซล่าเซลล์ On-Grid
- ช่วยลดค่าไฟรายเดือนได้ เน้นลดค่าไฟในช่วงกลางวัน เหมาะสำหรับคนอยู่บ้านตอนกลางวัน โรงเรียน ออฟฟิศ หรือโรงงาน
- คืนทุนไว เนื่องจากระบบ On-Grid ไม่มีแบตเตอรี่ ทำให้ต้นทุนการติดตั้งต่ำกว่าระบบ Hybrid และระบบ Off-Grid ส่งผลให้จุดคุ้มทุนมาถึงไวขึ้น โดยเฉลี่ยจะอยู่ที่ประมาณ 3-5 ปี (ขึ้นอยู่กับปริมาณการใช้ไฟ) หลังจากนั้นถือว่าใช้ไฟฟรียาว ๆ กว่า 20-25 ปี ตามอายุการใช้งานแผงโซล่าเซลล์
- หากบ้านคุณติดตั้งโซล่าเซลล์ แล้วผลิตไฟฟ้าได้เกินกว่าที่ใช้งาน คุณสามารถเข้าร่วมโครงการโซลาร์ภาคประชาชน เพื่อขายกระแสไฟฟ้าส่วนเกินคืนให้กับภาครัฐได้ เป็นการเปลี่ยนหลังคาบ้านให้กลายเป็นรายได้เสริม
- ดูแลรักษาง่าย ไม่ซับซ้อน เพราะระบบ On-Grid ไม่มีแบตเตอรี่ ซึ่งเป็นอุปกรณ์ที่เสื่อมสภาพเร็ว ราคาสูงที่สุดในระบบโซล่าเซลล์ เมื่อตัดส่วนนี้ออกไป การดูแลรักษาจึงเหลือเพียงการล้างแผงปีละ 1-2 ครั้ง และเช็คการทำงานของ Inverter เท่านั้น ทำให้ค่าบำรุงรักษาต่ำมาก
- การติดตั้งแผงโซล่าเซลล์บนหลังคา เปรียบเสมือนการสร้างชั้นฉนวนกันความร้อนเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งชั้น แผงจะช่วยรับความร้อนจากแสงแดดไว้ก่อน จะถึงหลังคาบ้าน ช่วยให้อุณหภูมิภายในบ้านลดลง และแอร์ทำงานน้อยลง
ข้อเสียของระบบโซล่าเซลล์ On-Grid
- ถ้าเกิดไฟดับ ไม่สามารถใช้งานไฟฟ้าได้ เพราะระบบ On-Grid ถูกออกแบบมาให้หยุดทำงานทันที เมื่อไฟฟ้าจากการไฟฟ้าดับ (Anti-Islanding Protection) เพื่อความปลอดภัยของเจ้าหน้าที่การไฟฟ้า ที่มาซ่อมไฟ หากระบบยังปล่อยไฟย้อนกลับไป อาจจะเกิดอันตรายถึงชีวิตได้ จึงไม่เหมาะกับพื้นที่ไฟดับบ่อย
- ใช้งานได้เฉพาะช่วงกลางวันเท่านั้น เนื่องจากระบบนี้ ไม่มีแบตเตอรี่สำรอง พลังงานที่ผลิตได้จากแสงอาทิตย์ ต้องถูกใช้แบบ Realtime หากคุณทำงานนอกบ้านทั้งวัน และกลับมาใช้ไฟเยอะตอนกลางคืน คุณแทบจะไม่ได้รับประโยชน์จากระบบ On-Grid เลย
- การติดตั้งโซล่าเซลล์ระบบ On-Grid ไม่สามารถทำได้ทันทีโดยพลการ คุณต้องดำเนินการขออนุญาตจาก 3 หน่วยงานหลัก
1. หน่วยงานปกครองส่วนท้องถิ่น (เทศบาล, อบต. หรือสำนักงานเขต)
2. คณะกรรมการกำกับกิจการพลังงาน (กกพ.)
3. การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค (PEA) หรือการไฟฟ้านครหลวง (MEA) - พึ่งพาสภาพอากาศ ถ้าวันไหนฝนตกหนัก หรือไม่มีแดด ประสิทธิภาพการผลิตไฟ จะลดลงอย่างมาก เนื่องจากไม่มีไฟสำรองในแบตเตอรี่ บ้านคุณจะสลับกลับไปใช้ไฟปกติ จากการไฟฟ้าทันที ซึ่งหมายความว่าค่าไฟในวันนั้น อาจจะไม่ลดลงเท่าที่คาดหวัง
- แม้จะขายไฟคืนได้ แต่ราคารับซื้อคืน (ปัจจุบันอยู่ที่ประมาณ 2.20 บาท/หน่วย) ต่ำกว่าราคาที่เราซื้อจากการไฟฟ้าเกือบครึ่ง
ประเภทของระบบ On-Grid
- String Inverter ระบบ On-Grid อุปกรณ์หลักที่ทำหน้าที่แปลงไฟฟ้ากระแสตรง (DC) ที่ผลิตได้จากแผงโซล่าเซลล์ให้กลายเป็นไฟฟ้ากระแสสลับ (AC) เพื่อนำมาใช้งานกับเครื่องใช้ไฟฟ้าภายในบ้าน โดยมีลักษณะการทำงานแบบรวมศูนย์ คือ การนำแผงโซล่าเซลล์มาต่ออนุกรมกันเป็นแถว ที่เรียกว่า String แล้วส่งพลังงานมาเข้าที่อินเวอร์เตอร์เพียงเครื่องเดียว
ข้อดีของ String Inverter
– คุ้มค่าการลงทุน ราคาต่อวัตต์ถูกกว่าระบบ Micro Inverter เพราะใช้เครื่องเดียวคุมทั้งแผง
– การดูแลรักษาง่าย ตัวเครื่องมักติดตั้งอยู่ในระดับสายตา หรือในที่เข้าถึงง่าย หากเสียก็ซ่อม หรือเปลี่ยนจุดเดียวจบ
– เป็นเทคโนโลยีที่ใช้กันมานาน มีความทนทาน และประสิทธิภาพสูงในสภาวะปกติ - Micro Inverter ระบบ On-Grid เทคโนโลยีการแปลงไฟฟ้า ที่ติดตั้งตัวแปลงขนาดเล็กไว้ ที่แต่ละแผงโซล่าเซลล์โดยตรง เพื่อเปลี่ยนไฟฟ้ากระแสตรง (DC) เป็นกระแสสลับ (AC) ตั้งแต่บนหลังคา ทำให้แต่ละแผงทำงานเป็นอิสระต่อกัน ซึ่งช่วยแก้ไขปัญหาแผงเดียวโดนบัง ไฟตกทั้งแถวแบบระบบ String Inverter ดั้งเดิม นอกจากจะช่วยรีดประสิทธิภาพการผลิตไฟได้สูงสุด แม้จะมีเงาเมฆ หรือเงาต้นไม้บังบางจุด ยังโดดเด่นเรื่องความปลอดภัย เพราะไม่มีไฟฟ้าแรงดันสูงวิ่งผ่านตัวบ้าน ลดความเสี่ยงอัคคีภัย แถมยังมีความทนทานสูง และสามารถตรวจสอบสถานะการทำงานแยกรายแผง ผ่านแอปพลิเคชันได้ทันที แม้จะมีต้นทุนเริ่มต้นสูงกว่า แต่ก็แลกมาด้วยความคุ้มค่า และความอุ่นใจในระยะยาวสำหรับบ้าน ที่มีทิศทางหลังคาซับซ้อน
ข้อดีของ Micro Inverter
– มีประสิทธิภาพสูงสุด แต่ละแผงทำงานเป็นอิสระต่อกัน หากมีแผงใด โดนเงาต้นไม้บัง หรือมีขี้นกตกใส่ แผงอื่น ๆ ที่เหลือยังคงผลิตไฟได้ 100% ไม่ดึงกำลังไฟลงทั้งระบบ
– ความปลอดภัยสูง ระบบนี้แปลงไฟเป็น (AC) ตั้งแต่บนหลังคา ทำให้ไม่มีสายไฟ (DC) แรงดันสูง อาจจะถึง 600V-1000V วิ่งผ่านตัวบ้าน ลดความเสี่ยงเรื่องไฟไหม้ จากไฟฟ้าลัดวงจร
– มีการรับประกันยาวนานถึง 12-25 ปี (ในขณะที่ String Inverter มักจะอยู่ที่ 5-10 ปี) เพราะตัวเครื่องทำงานไม่หนักเท่าตัวใหญ่
– การขยายระบบทำได้ง่าย ๆ แค่ซื้อแผงโซล่าเซลล์กับ Micro Inverter มาติดเพิ่มได้ ไม่ต้องคำวุ่นวายหา Inverter ตัวใหม่ให้วุ่นวาย